<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอด‘เทพโจ๊ก’พ้นอนุก.ตร. อึ้งเพิ่งรู้ย้ายสำนักนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; ระอุ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เซ็นตั้ง &amp;quot;อนุกรรมการ ก.ตร.ด้านกฎหมาย&amp;quot; มีชื่อ &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; เป็นหนึ่งใน &amp;quot;อนุกรรมการฯ&amp;quot; เจอเสียงวิจารณ์กระหึ่ม ต้องเรียกประชุม ก.ตร.ด่วน! สุดท้ายยอมถอนชื่อออก &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; อ้างเพิ่งได้ข้อมูลโอนไปสำนักนายกฯ ไม่สะดวกมาร่วมประชุม ต้องเปลี่ยนคนใหม่แทน &amp;quot;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์&amp;quot; โผล่ครั้งแรก ยันอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ แจงภาพไปไหว้พระขอพรให้พ่อ-แม่หายป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 มิ.ย. มีการเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร. เรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ มี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ดังกล่าว ปรากฏว่ามีชื่อของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (อดีต ผบช.สตม.) เป็นอนุกรรมการ ก.ตร.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ในประกาศแต่งตั้งอนุกรรมการ ก.ตร.ดังกล่าว ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขว้าง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ถูกคำสั่งโอนย้ายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ขาดจากการรับราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 08.30 น. พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการลงนามแต่งตั้งอนุกรรมการ ก.ตร. ที่มีชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ว่า เป็นเรื่องภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งจะให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเรื่องดังกล่าวสามารถให้บุคคลภายนอกที่ปัจจุบันไม่ได้เป็นข้าราชการตำรวจเข้ามาเป็นคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ได้ ซึ่งการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดังกล่าวอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ก.ตร.ชุดใหญ่ ส่วนผมมีหน้าที่ลงนาม&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า สังคมสงสัยเรื่องการโยกย้าย พล.ต.สุรเชษฐ์ออกจากตำแหน่งอดีต ผบช.สตม. มาเป็นข้าราชการพลเรือน เหตุใดจึงมาเป็นคณะอนุกรรมการดังกล่าวได้ รองนายกฯ กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 26 มิ.ย. จะมีการประชุม ก.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ในฐานะประธานอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ ได้เดินทางมาเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ที่กระทรวงกลาโหม เพื่อชี้แจงคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เป็นอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ดำรงตำแหน่งอนุกรรมการ ก.ตร.มาหลายปีแล้ว และก็ไม่ได้มีความเสียหายอะไร จึงได้คงชื่อไว้ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเกิดจากมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงอนุกรรมการคนเดียวคือ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ที่ออกไป จึงได้แต่งตั้ง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เข้ามาแทน ชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ก็เป็นเพียงชื่อที่คาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประวิตรเป็นประธานการประชุม ก.ตร. วาระเร่งด่วน โดยคาดว่าเป็นการพิจารณาเรื่องการถอดถอนรายชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยแถลงผลการประชุม ก.ตร.ว่า ที่ประชุม ก.ตร.มีการรายงานให้ทราบถึงการแต่งตั้งอนุ ก.ตร.ด้านกฎหมาย ที่มี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เป็นอนุ ก.ตร. ตนในฐานะที่เป็นประธาน ได้รับทราบข้อมูลจากที่ประชุม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้โอนย้ายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่งในสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเหตุอันเกิดความไม่สะดวกในการเข้าร่วมประชุมอนุ ก.ตร.กฎหมาย เพื่อประสิทธิภาพของอนุ ก.ตร.กฎหมาย จึงเสนอให้ พ.ต.อ.ดร.มานะ เผาะช่วย รอง ผบก.น.8 มาทำหน้าที่แทน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการถอดถอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นการลดกระแสสังคมใช่หรือไม่ ประธานอนุกรรมการ ก.ตร.ระบุว่า ไม่ เพราะเป็นการเสนอเพื่อความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า ที่มีชื่ออยู่ในคำสั่งแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ดังกล่าว เพราะเป็นชุดทำงานชุดเดิม เพียงแต่เปลี่ยนประธาน เนื่องจากเกษียณอายุราชการ จึงต้องมีการลงนามคำสั่งใหม่อีกครั้ง ไม่ใช่การแต่งตั้งตำแหน่งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยืนยันไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ก็พร้อมที่จะทำงานเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp; และจะทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงภาพการไปไหว้พระที่ จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เป็นภาพเรื่องจริง เพราะเป็นชาวพุทธและนับถือในพระพุทธศาสนา ที่ผ่านมาก็มีโอกาสเดินสายทำบุญเช่นนี้มาตลอด เพียงแต่ช่วงก่อนหน้านี้ภาระงานค่อนข้างหนักหน่วง จึงทำให้เวลาในการตระเวนไหว้พระมีน้อยลง แต่หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการพลเรือน ไม่ได้ออกไปปราบปรามปัญหาอาชญากรรมเหมือนที่ผ่านมา จึงพอมีเวลามากขึ้นในการปฏิบัติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่เคยมีครั้งใดที่คิดจะประกอบพิธีกรรมใหญ่โต ไหว้พระทำบุญตามปรกติ ประกอบกับช่วงนี้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง โดยเฉพาะคุณแม่หกล้มต้องพักฟื้นอยู่เป็นสัปดาห์ จริงคิดว่าน่าจะหาโอกาสที่เหมาะสมไปไหว้พระขอพรเพื่อให้คุณแม่หายป่วย ซึ่งการทำงานในช่วงนี้ก็เป็นเหมือนข้าราชการคนหนึ่ง เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจก็มุ่งมั่นที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ และมุ่งหวังว่างานที่ทำจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง และยังยืนยันว่าจะยืนหยัดทำหน้าที่เป็นข้าราชการเพื่อทดแทนคุณแผ่นดินต่อไป&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., กรมปทุมวัน, บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล, หนังสือพิมพ์, อนุกรรมการ ก.ตร.ด้านกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d13879405c1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดประตู‘โจ๊ก’หวนคืนสตช. ‘บิ๊กป้อม-แป๊ะ’ลั่นทำไม่ได้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สยบข่าวลือ &amp;quot;โจ๊ก&amp;quot; หวนคืน สตช. &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ยันคำสั่งหัวหน้า คสช.ยังเหมือนเดิม &amp;quot;แป๊ะ&amp;quot; ปิดประตูชี้ไม่ใช่ ขรก.ตำรวจแล้ว ทำไม่ได้แน่นอนแม้จะมีวาระแต่งตั้งในเดือน ต.ค.ก็ตาม &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยจ่อปลดล็อกคำสั่ง คสช.ตาม ม.44 คืนตำแหน่งคนถูกพักงานครึ่งต่อครึ่ง ส่วนกรณี &amp;quot;สุรเชษฐ์&amp;quot; ไม่ได้โดนคำสั่งลงโทษ ถ้าย้ายกลับใช้คำสั่งปกติได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะได้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) หลังจากที่ถูกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า &amp;quot;ไม่มี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นเช่นนี้แสดงว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ยังคงดำรงสถานะเดิมอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าก็ว่าไปตามนั้น ยังเป็นเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เรียกประชุมผู้บัญชาการทั่วประเทศ &amp;nbsp;ในการติดตามวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง สว.-ผบ.หมู่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้ผู้บัญชาการมีอำนาจในการแต่งตั้ง พร้อมเปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรอง สว.-ผบ.หมู่ วาระประจำปี 2561 โดยได้กำชับแนวทางการปฏิบัติ สำหรับผู้ที่มีรายชื่อโยกย้ายไปกองบัญชาการต่างๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องภูมิลำเนา การกลับไปดูแลครอบครัว และความรู้ความสามารถ ส่วนจำนวนมากน้อยเพียงใดยังไม่ทราบ แต่ยืนยันจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน &amp;nbsp;30 มิ.ย.นี้ โดยให้มีผล 10 ก.ค. ย้ำว่าแล้วเสร็จอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะกลับเข้ามารับราชการตำรวจอีกครั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่าไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว แต่จะเป็นไปได้ยังไงเพราะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจแล้ว ยืนยันทำไม่ได้อย่างแน่นอนแม้จะมีวาระแต่งตั้งในเดือน ต.ค.ก็ตาม &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ผมไม่ได้ยินนะ ยังไม่ทราบในเรื่องนี้ ทั้งนี้การแต่งตั้งก็ต้องเป็นตามขั้นตอน&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวตอบคำถามที่ว่าแล้วในอนาคตจะมีการโอนย้าย (พล.ต.ท.สุรเชษฐ์) กลับมาหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีหาก คสช.พ้นไปแล้วคำสั่ง คสช.ตามอำนาจมาตรา 44 กรณีพักงานข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกตรวจสอบจะทำอย่างไรว่า คดีต่างๆ &amp;nbsp;สามารถอยู่ต่อไปได้อย่างเดิมทั้งหมด เคลียร์จบเมื่อไหร่บุคคลผู้นั้นถ้าไม่ผิดก็สามารถคืนสู่ตำแหน่งเดิมได้ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ไล่ดูทีละคน พบว่ามีหลายคนที่สามารถปลดออกจากคำสั่ง คสช.ได้ &amp;nbsp;แต่อีกส่วนหนึ่งยังไม่ได้เพราะติดอยู่ที่ ป.ป.ช. ถ้า ป.ป.ช.บอกว่าถึงที่สุดแล้วพบว่าผิดก็ต้องออกจากราชการ แต่ถ้าไม่ผิดก็กลับเข้าสู่ตำแหน่ง ซึ่งทุกคนก็จะเป็นแบบเดียวกันหมด ซึ่งมีเยอะเหมือนกัน ครึ่งต่อครึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งถูกคำสั่งลักษณะเดียวกันจะเป็นอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่าไม่ได้มีผลอะไร เพราะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไม่ได้โดนคำสั่งมาเพื่อการลงโทษ แต่เป็นการย้ายออกจากข้าราชการตำรวจมาเป็นข้าราชการพลเรือน ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าจะย้ายกลับไปก็สามารถใช้คำสั่งปกติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าสังคมจะสงสัยหรือไม่กับการย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เข้าๆ ออกๆ จากราชการตำรวจ รองนายกฯ กล่าวว่าเขายังไม่ทันย้ายเลย พวกคุณมาสมมติเองว่าจะย้าย และสมมติต่อไปด้วยว่าสังคมจะสงสัย ส่วนที่ย้ายออกมามีความผิดใช่หรือไม่ ตนไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า หลังจาก คสช.สิ้นสุด คำสั่ง คสช.ใหม่จะออกไม่ได้ แต่คำสั่ง คสช.ที่ออกไปแล้วยังมีผลอยู่ เว้นแต่จะมีการยกเลิกเพิกถอนกันไปเองโดย คสช.ก่อน หรือจนกว่าจะมีการออกกฎหมายยกเลิกโดยระบบสภา ซึ่ง คสช.ได้วางกลไกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วว่า เมื่อจะพ้นจากตำแหน่งไปจะต้องมีการยกเลิกคำสั่งบางฉบับที่ต้องใช้บางฉบับ เพราะว่าประเภทที่ 1 คำสั่ง คสช.จำนวนมากที่ออกมาแล้วมีผลแล้ว และสิ้นผลไปโดยทันที เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายต่างๆ ก็ถือว่าจบไปแล้ว ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องไปแตะต้องอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเภทที่ 2 คือคำสั่งที่กำหนดเวลาสิ้นสุดในตัวของมันเอง เช่น ทำอย่างนั้น จนถึงเมื่อนั้น เมื่อถึงเวลาก็สิ้นสุดไป ถึงแม้วันนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่วันข้างหน้าก็ถึงอยู่ดี ตรงนี้ก็ไม่ต้องไปแตะต้องอะไร และประเภทที่ 3 ถูกยกเลิกเพิกถอนไปโดยคำสั่งใหม่ที่ใหม่กว่านั้น ซึ่งมีอยู่หลายฉบับ เช่น เรื่องไอยูยู ไอซีเอโอ เมื่อมีคำสั่งหรือ พ.ร.บ.ใหม่ออกมาก็ไปยกเลิกคำสั่งเก่านั้น ซึ่งจะเหลืออยู่ส่วนหนึ่งที่จะยกเลิกล้างสต๊อก และอีกประเภทก็คือหลังจากดูแล้วยังไม่สามารถจะเลิกได้ ก็ปล่อยทิ้งไว้เป็นกลไกของรัฐบาลหน้าต่อไป เขาจะได้มีกลไกเอาไว้ทำงานซึ่งมีจำนวนน้อย โดยเราได้กำหนดเอาไว้แล้วว่าจะทำอย่างไรกับคำสั่งเหล่านั้น อีกไม่กี่วันจะมีประกาศออกมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39377</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์, หวนคืนสตช., ไม่ใช่ ขรก.ตำรวจแล้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10dcafac072.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เผยตร.คุย&#039;นิพิฏฐ์&#039;ปมแฉแหกตาคืนโฉนดแล้วปัดไม่เกี่ยว&#039;โจ๊ก&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.62- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงเรื่องที่มีการสร้างภาพเพื่อหลอกผู้ใหญ่ในรัฐบาล อักษรย่อ ป. ในการดำเนินโครงการ มอบโฉนดที่ดินคืนให้ชาวบ้าน และทำเป็นว่ามีการจับกลุ่มเจ้าหนี้เงินกู้รายใหญ่ เพื่อให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มอบโฉนด ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเรื่องนี้​ และได้ตอบไปแล้ว​ รวมทั้งเขาได้มีการพูดคุยกับนายนิพิฏฐ์ เรียบร้อยแล้ว และชี้แจงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงไปถึงพล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ พล.อ.สุรเชษฐ์​ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มี ไม่เกี่ยวเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39293</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนโฉนดที่ดิน, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล, พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d104647f034a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง‘โจ๊ก’เก็บกรุ ‘จักรทิพย์’เซ็นคำสั่งหึ่งปมโยกย้ายตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; เซ็นคำสั่งเด้งฟ้าผ่า &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; เข้ากรุปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยไม่มีกำหนด วิจารณ์หึ่งเหตุโยกย้ายตำรวจ ทั้งที่เส้นใหญ่เป็นเด็กบิ๊กป้อมก็ยังโดน ขณะที่เจ้าตัวล่องหนปิดเฟซฯ-อินสตาแกรมเก็บตัวเงียบ จับตา &amp;quot;ก.ตร.&amp;quot; ประชุมอังคารนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายงานว่ามีคำสั่งเด้งฟ้าผ่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยไม่มีกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเพจเฟซบุ๊กของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ซึ่งเป็นช่องทางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ หรือเสนอข่าวการทำงานในแต่ละวันทั้งเรื่องส่วนตัวและการปฏิบัติภารกิจของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และอินสตาแกรม ที่ชื่อว่า surachatehakpharn. พบว่าถูกปิดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คำสั่งเด้งฟ้าผ่าครั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดที่แน่ชัด เพราะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เป็นนายตำรวจคนสนิทของ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังคงแถลงผลการดำเนินการจับกุมขบวนการลักลอบค้าสินค้าเถื่อนออนไลน์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงเวลา 15.00 น. มีหมายแถลงข่าวจับ 7 มือแชร์แคมเปญล่าชื่อถอดถอน กกต.ที่ สน.ทุ่งสองห้อง แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไม่ได้เดินทางไปเป็นประธานแถลงข่าว เนื่องจากติดประชุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3 (ผบก.ตม.3) นายตำรวจคนสนิท เป็นผู้แถลงข่าวแทน กระทั่งช่วงเย็นมีรายงานการเด้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวมีคำสั่งโยกย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยไม่มีกำหนดว่า &amp;ldquo;ยังไม่ทราบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คำสั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) สร้างความแปลกใจและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในแวดวงตำรวจ เพราะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เป็นนายตำรวจคนสนิทของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประวิตรเองก็กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับความไว้วางใจในการทำงาน โดยเฉพาะการปราบปรามแก๊งเงินกู้นอกระบบหรือนายทุนปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด ซึ่งหลังจากทำงานเสร็จ พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นตัวแทนรัฐบาลนำโฉนดที่ดินและทรัพย์สินคืนให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดยมี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ติดตามไปทุกที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งช่วงบ่ายวันนี้ พบว่ามีเอกสารคำสั่งซึ่งลงนามคำสั่งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้เซ็นคำสั่ง ในรายละเอียดหนังสือดังกล่าวระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คําสั่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ 2 32/2562 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติอาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 5 เมษายน 2562 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า วันที่ 9 เม.ย.นี้ กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) &amp;nbsp;มีวาระการประชุม ครั้งที่ 4/2562 เวลา 13.30 น. ที่ห้องศรียานนท์ โดยวาระการประชุมมีเพียงเรื่องเดียว คือการแต่งตั้งข้าราชการตำารวจ &amp;nbsp;ขณะที่มีกระแสข่าวบางกระแสระบุว่า สาเหตุที่พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ถูกโยกย้ายมาจากปัญหาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ไม่เข้าตาผู้ใหญ่เช่นกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33122</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, บิ๊กโจ๊ก, ปมโยกย้ายตำรวจ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล, หนังสือพิมพ์, เด้งเก็บกรุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190406/image_big_5ca895ed88b99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดทรัพย์นับพันล้านนายทุนเงินกู้ฉ้อโกง 4 จังหวัดอีสาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา &amp;nbsp; 20.00 น. วันที่ 8 ม.ค.ที่หอประชุมชัยจินดา ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) , พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค &amp;nbsp;3, พล.ต.ต.กฤษกร &amp;nbsp;พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.วัชรินทร์ &amp;nbsp;บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา, พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุรินทร์, พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ &amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;, นายกฤษฎา แก้วสองเมือง รองผู้ว่าราชการ จ.บุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;และหน่วยทหารในพื้นที่ แถลงข่าวการดำเนินการภายใต้ยุทธการ&amp;ldquo;ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่&amp;rdquo;ครั้งที่ 24 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 4 จังหวัด มี จ.นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์ และ จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 7 รายในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;rdquo;ประกอบด้วย นางสุภาภรณ์ นพวิชัย, น.ส.พรรณวิภา นพวิชัย, นายวิวัฒน์ เกตตะโกมล, นางเมธี กัลป์เจริญศรี, น.ส.ศิริอร รัตนมงคลกุล, นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน และ น.ส.ผาวรินทร์ จรัสบวรพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหามูลค่า 130 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ และตึกแถว จำนวน 9 คูหา, บ้านพร้อมที่ดินจำนวน 3 หลัง, เงินสด 900,000บาท, ที่ดินเนื้อที่ 300 ไร่, รีสอร์ท &amp;nbsp;27 &amp;nbsp;หลัง, รถยนต์กระบะ &amp;nbsp;3 คัน, ตรวจยึดโฉนดที่ดิน &amp;nbsp;774 ฉบับ เนื้อที่รวม 1,506 ไร่ 2 งาน 87 ตารางวา &amp;nbsp;รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดในครั้งนี้ทั้งสิ้น 1,634.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าทำการตรวจค้นในพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์ 4 จุด, อ.นางรอง 6 จุด, อ.โนนดินแดง 2 จุด และ อ.กระสัง 1 จุด ผลการตรวจค้นสามารถยึด/อายัดทรัพย์สินมูลค่า 40 ล้านบาท ยึดโฉนดที่ดินจำนวน 271 ฉบับ จำนวนเนื้อที่ 580 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 542 ล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหา 4 รายในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชนเป็นวาระแห่งชาติ จึงสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และดำเนินการราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่าการดำเนินการจับกุมกลุ่มนายทุนในครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองและไม่ได้กลั่นแกล้งใคร &amp;nbsp;เป็นการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะแถลงข่าวได้มีประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือ &amp;nbsp;มามอบดอกไม้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การช่วยเหลือด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26111</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่, ดอกเบี้ยโหด, ปล่อยกู้นอกระบบ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c353ba83739a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูพรหมค้น 19 จุดนายทุนดอกเบี้ยโหดอายัดทรัพย์ 500 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.61- พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. และตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจ บช.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฎิบัติการตามยุทธการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ &amp;nbsp;ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ ปูพรมตรวจค้น 19 จุด ในพื้นที่จ.ขอนแก่น และอุดรธานีหลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าถูกนายทุนเงินกู้รายใหญ่ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจับกุมยึดอายัดทรัพย์ &amp;nbsp;7 จุด ในพื้นที่อ.น้ำพอง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เบื้องต้นได้ทำการยึดบ้านพร้อมที่ดินจำนวน5 หลัง อาคารพาณิชย์1 คูหา รถยนต์จำนวนสองคันจักรยานยนต์สองคันอาวุธปืนสองกระบอกทองคำกว่า 500 บาทและทรัพย์สินอื่นหลายรายการ รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมูลค่ารวมกว่า129.3 ล้านบาท พร้อมแจ้งข้อหานายทุน5ราย ประกอบไปด้วยนายสุรศักดิ์ คชินทักษ์ &amp;nbsp;นายสมบัติ พูนศักดิ์ไพศาล นางศศิประภา เติมธนไพศาล นางประไพ โซพิมพ์และ นางปภาดา ศรีสะอาด &amp;nbsp;ในฐานความผิด ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้กำลังอีกส่วนได้ไปตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานความเชื่อมโยง ในพื้นที่จ.ขอนแก่น และอุดรธานี รวม 12 จุด ตรวจยึดโฉนดที่ดินจำนวน 243 ฉบับมูลราคา 291.6 ล้านบาท ไปทำการตรวจสอบ รวมมูลค่าทั้งสิ้น420.9 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาล ให้ความสำคัญ เร่งรัดขับเคลื่อนแก้ไข จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการปราบปรามทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายที่ดินคืนให้กับประชาชน เพิ่งขอยืนยันว่าหลังจากนี้จะเพิ่มมาตรการความเข้มข้นในการดำเนินการ โดยนำมาตรการทางกฎหมายเข้ามาใช้สามส่วนประกอบไปด้วย มาตรการทางภาษีของกรมสรรพากร มาตรการยึดทรัพย์ของสำนักงานปปง. และมาตรการกฎหมายอาญาฟอกเงิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25370</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนายทุนเงินกู้โหด, ตำรวจ, พล.ต.ท.สุรชัย  ควรเดชะคุปต์   ผบช.ภ.4, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c272c3a8a01d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับอดีตอาจารย์เปิดเฟซบุ๊กหลอกคนไปทำงานต่างประเทศ เหยื่อ20รายสูญเกือบ2ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) แถลงข่าวการจับกุมนายปริญญ์ โสภา ผู้ต้องหาหลอกลวงสามารถจัดหางานต่างประเทศได้ มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า &amp;nbsp;20 รายสูญเงินเกือบ 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีผ่านเพจ ศปอส.ตร. ว่ามีเพจเฟซบุ๊กมีพฤติกรรมหลอกลวง ว่าสามารถจัดหางานในต่างประเทศในเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;ldquo;รับสมัครคนไปทำงานที่ประเทศออสเตเรีย โดยโพสต์ข้อความแจ้งรายละเอียดการไปทำงาน ตำแหน่งงานที่ประกาศจัดหางาน เช่น ตำแหน่งงานคนสวน, งานฟาร์ม, งานผู้ช่วยกุ๊ก, งานเกษตรกร เงินเดือน 60,000-70,000 &amp;nbsp;บาท โดยได้สร้างโปรไฟล์ว่าตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา Electronic Business จาก University of Tasmania ประเทศออสเตรเลีย และเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินค่าดำเนินการให้เป็นเงินคนละ 22,500 &amp;ndash; 140,000 บาท ซึ่งต่อมาไม่สามารถจัดส่งไปทำงานในต่างประเทศได้ตามที่ตกลง ทราบว่ามีผู้ถูกหลอกลวง จำนวนกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 1,700,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ชุดปฏิบัติการที่ 20&amp;ndash;25 (online team) ให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ต่อมาได้สืบสวนทางออนไลน์ทราบว่าชายดังกล่าว มีโปรไฟล์เฟซบุ๊กชื่อว่า &amp;ldquo;Prin Sopa&amp;rdquo; คือนายปริญญ์ โสภา มีพฤติการณ์คือ มีการโพสต์ลงในเพจ โดยได้ลงรายละเอียดต่างๆไว้อย่างชัดเจน น่าเชื่อถือ และมีการลงประวัติการเรียนการทำงาน ในประเทศออสเตรเลียให้ดู ทำให้เชื่อว่านายปริญญ์จะสามารถพาไปทำงานที่ต่างประเทศได้จริง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อก็จะมีการนัดผู้เสียหายมาทำสัญญาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อทำสัญญาการจ้างงาน โดยทุกรายจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการประสานงานติดต่อจำนวน 90,000 บาท และสามารถแบ่งจ่ายได้เป็นงวดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้ให้ผู้เสียหายส่งเอกสารต่างๆ เพื่อทำวีซ่า และนายปริญญ์ แจ้งว่าจะนัดหมายไปทำวีซ่าในภายหลัง จนเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน นายปริญญ์ได้บอกว่าเอกสารการขอวีซ่าไม่ผ่าน ไม่สามารถทำวีซ่าได้ ผู้เสียหายจึงได้ขอเงินคืน แต่นายปริญญ์ บอกว่าจะขอทยอยคืนและขอผัดผ่อนเรื่อยมา ผู้เสียหายจึงมั่นใจว่านายปริญญ์ได้หลอกเอาเงินไปอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นกลุ่มผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์ ที่ บก.ปคม. และต่อมาได้ดำเนินการขอหมายจับจากศาลอาญา ตามหมายจับที่ 2681/2561 ลง 28 พฤศจิกายน 2561 และในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ชุดปฏิบัติการที่ 20 &amp;ndash; 25 (online team) จึงได้ดำเนินการติดตามจับกุม นายปริญญ์ ไว้ได้ โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ,ฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ดำเนินการตามกฎหมายคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25221</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปริญญ์ โสภา, บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล, ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ, หลอกลวงคนหางานไปต่างประเทศ, เฟซบุ๊กหลอกลวงคนงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c246cd427416.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
